What's Up

หายหน้าไปนานครับ ไม่ได้เขียนบลอกเลย ด้วยหลายๆ สาเหตุครับ แต่โดยมากคือไปยุ่งกับเรื่องอื่นๆ ในชีวิต ทั้งส่วนตัวและหน้าที่การงาน มีอะไรบ้างเหรอครับ? ก็จะมาเล่าให้ฟังในบลอกนี้ล่ะครับ

อย่างแรกเลยคือผมเปิดโรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์กราฟฟิกครับ ชื่อ
Massive Training ครับ โรงเรียนนี้เปิดตัวขึ้นเพราะความตั้งใจของผมที่อยากจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาวงการคอมพิวเตอร์กราฟฟิกในเมืองไทยเป็นหลัก ลำพังตัวของผมเองผมไม่ชอบทำอะไรที่จะสร้างภาระหน้าที่ให้กับตัวเองเลย แน่นอนว่าโรงเรียนนี้เป็นภาระอย่างหนักทั้งด้านเงินลงทุน การทำงาน การจัดตั้ง ผมวิ่งคนเดียวหมดตั้งแต่ซื้อของเข้า จัดที่ทาง ต่อระบบคอมพิวเตอร์และเน็ตเวิร์ก ลงระบบปฏิบัติการและโปรแกรม ทุกอย่างจริงๆครับ ลงไปถึงแม้แต่จัดสายไฟให้เรียบร้อย คือเป็นผู้บริหารยันภารโรง เปิดสอนคอร์สแรกไปเรียบร้อย ตอนนี้อยู่ในช่วงที่กำลังมองดูอยู่หลายๆ แง่มุม อย่างแรกคือค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนของโรงเรียนนี้ค่อนข้างสูง ผมเองไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันจะกินเข้ามาในเงินสำรองจนหมดเมื่อไหร่ และท้ายที่สุดหมายถึงการปิดตัวไปของโรงเรียนนี้เมื่อไหร่ ตัวผมเองทำใจไว้แล้วตั้งแต่ตัดสินใจจะเปิดโรงเรียนนี้ว่าถ้าสิ่งที่ผมตั้งใจทำนี้ไม่ได้รับการยอมรับ หรือไม่ดีพอในแง่ธุรกิจ ผมก็พร้อมจะเสียเงินลงทุนก้อนนี้ไป และถือว่าผมได้ทำดีที่สุดแล้วสำหรับวงการคอมพิวเตอร์กราฟฟิกในเมืองไทยที่ผมรัก สมอย่างที่ผมตั้งใจกลับมาทำ

อีกมุมนึงก็คือคอร์สที่เปิดสอนนี้หลายๆ คอร์สผมต้องลงมือสอนเอง ด้วยใจจริงแท้เลยผมไม่อยากทำ เพราะว่าผมเป็นคนขี้เกียจครับ ผมอยู่เฉยๆ ของผมก็สบายดีแล้วครับ หาเรื่องทำให้เหนื่อยไม่ใช่วิสัยของคนขี้เกียจที่ดีครับ แต่เมื่อลงมือทำแล้วคงต้องทุ่มเททำที่สุดล่ะครับ ไม่ให้มองย้อนหลังกลับมาแล้วเสียดายที่ไม่ได้ทุ่มเทตั้งใจเพียงพอ หลายๆ คอร์สผมคงเปิดสอนฟรีด้วยซ้ำไป เพราะนั่นเป็นการช่วยเหลือวงการเต็มเม็ดเต็มหน่วยครับ

ครับ... นั่นเป็นสาเหตุแรกที่หายหน้าหายตาไปจากการมาเขียนบลอก เหตุผลที่สองนี่เป็นเพราะผมใจแตกครับ อาจจะงงว่าแก่ปูนนี้แล้วมาใจแตกอะไรกัน แต่ว่าจริงๆ แล้วผมเป็นคนเรียบร้อย อยู่กับร่องกับรอยตามคำสั่งสอนที่ดีและวัฒนธรรมอันดีงามของไทยนะครับ ผมเป็นผู้ชายที่ดีทีเดียวล่ะ นี่เอาจริงๆ ไม่ได้ชมตัวเองเลย ไม่ใช่คนเจ้าชู้ ไม่ใช่เพลย์บอยจีบสาวไปทั่ว เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ ไม่เที่ยวกลางคืน เอ้า แถมทานอาหารถูกหลักโภชนาการ และออกกำลังกายดูแลรูปร่างตัวเองสมำ่เสมออีกต่างหาก แต่ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาผมใจแตกครับ เริ่มเที่ยวกลางคืนครับ

สาเหตุที่ผมเริ่มเที่ยวก็เพราะว่าได้ติดตามเพื่อนไปโคโยตี้บาร์แห่งนึง เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่สำหรับผมครับ การที่สามารถเลือกที่จะนั่งคุยกับสาวสวยคนไหนก็ได้ที่ผมชอบ ไม่ต้องมาเสียเวลาหาวิธีจีบหรือเข้าหาอย่างที่เคยผ่านพบและพานพบมาในชีวิตเด็กดีของผม เพียงแค่ผมจ่ายเงินเท่านั้นผมก็ได้นั่งคุยกับสาวสวยได้อย่างที่เธอเหล่านั้นเต็มใจเสียด้วยสิ ผมเป็นพระเอกของเธอในคืนนั้นๆ และที่สำคัญคือไม่ได้มีภาระผูกพันต้องรับผิดชอบความสบายใจของเธอๆ ด้วยน่ะสิครับ ไม่ต้องห่วงว่าจะพูดอะไรผิดทำให้เธองอน ไม่ต้องคอยอ้อนคอยเอาใจเธอ ตรงกันข้ามเธอกลับมาอ้อนและเอาใจผมแทนs เรียกว่าได้สิ่งที่ดีที่สุดในความสัมพันธ์ (ในมุมมองของผมนะครับ) คือช่วงเวลาจีบกัน ทำความรู้จักกัน ซึ่งเป็นช่วงที่สนุกที่สุดในความสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม ตัวผมเองไม่ได้มองเรื่อง"ความสัมพันธ์ทางกายภาพ" (อ่านว่าเซ็กส์ครับ) เป็นสิ่งที่สำคัญอยู่แล้วเพราะฉะนั้นบาร์โคโยตี้จึงเป็นคำตอบที่ดีสำหรับความใจแตกของผม

ผมสนุกสนานอยู่กับชีวิตกลางคืนอยู่พักนึงแล้วผมก็เบื่อครับ เพราะว่าคนเราพอได้เห็นสิ่งใดมากเข้าเราจะเข้าใจถึงแก่นแท้ของสิ่งนั้นๆ ได้ในที่สุด บาร์เหล่านี้พอผมไปเที่ยวหลายครั้งเข้าผมก็มองออกว่าโดยเนื้อแท้แล้วสาวๆ เหล่านี้ไม่ได้มีความสนใจในตัวผมอย่างแท้จริง บทสนทนาที่ได้คุยกันก็เพียงฉาบฉวยครับ ไม่ได้ลึกซึ้งอย่างที่จะคุยถึงความรู้สึก ความคิดอ่านที่น่าสนใจได้ อีกทั้งผมไม่ได้คิดจะไปล่วงเกินอะไรพวกเธอ อย่าว่าแต่นอนด้วยกันเลย จะจับมือถือแขนผมยังเกรงใจเลย (ด้วยความที่เป็นเด็กดีมาตลอดชีวิต) ท้ายที่สุดผมหมดสนุกครับ เลิกเที่ยวกลางคืนไปโดยปริยาย ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าผู้ชายคนอื่นที่เค้าเที่ยวกลางคืนกันเป็นปี เป็นหลายๆ ปีนี่เค้าทำไปได้อย่างไร ไม่เห็นเหรอว่ามันไร้สาระและไร้แก่น มันไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ดี หรือเป็นคำตอบให้กับความต้องการใดๆ ในชีวิตทั้งนั้น มีแต่จะล่อแหลมให้เสียศีลและเวลาในชีวิตไปเปล่าๆ

นี่ล่ะครับ ประสบการณ์ใจแตกของผม และสองสาเหตุที่ผมหายหน้าไปพักนึง หวังว่าทุกคนคงสบายดีนะครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ

|