น้องจุ๊กและทีวีซีรี่ส์
เอ้า ออกนอกเรื่องไปหน่อย กลับมาที่น้องจุ๊ก น้องจุ๊กเป็นน้องสาวที่น่ารักในหลายกรณี กรณีที่หนึ่งคือน้องเป็นคนมีน้ำใจและจริงใจในการคอยช่วยเหลือเพื่อนฝูงเสมอๆ เธอมีสังคมออนไลน์ที่ติดต่ออยู่แน่นแฟ้น(และผมก็เป็นส่วนเล็กๆส่วนนึงในนั้นด้วย) เธอเป็นที่รักของเพื่อนทุกคน คอยช่วยเหลือในสิ่งที่เธอทำได้อย่างเต็มที่ เช่นช่วยเหลือเพื่อนๆจัดการเกี่ยวกับเว็ปไซท์และบลอกต่างๆ
กรณีที่สองคือเธอเป็นคนน่ารักโดยนิสัยส่วนตัวด้วย เป็นคนมีวาทะศิลป์ดี พูดจาน่ารัก มีอารมณ์ขันและเล่าเรื่องราวได้สนุกสนาน ซึ่งสะท้อนมาถึงเวลาที่เท็กซ์แชทกันบนเอ็มอีกต่างหาก คุยกับน้องจุ๊กนั้นสนุกมากครับ
ในกรณีที่สามคือเธอเป็นคนมีวิจารณญาณที่ดี เป็นที่ปรึกษาปัญหาชีวิตของเพื่อนๆ ผมเองก็เป็นคนนึงที่ชอบฟังความคิดเห็นของน้องจุ๊กมาก เพราะเธอเป็นกลางและมองอะไรได้ถ่องแท้ดีจริงๆ อีกทั้งเป็นผู้รับฟังที่ดี เพราะในบางครั้ง คนเราก็เพียงต้องการใครสักคนที่รับฟังเราอย่างเต็มใจ เข้าใจ และไม่เอาสิ่งที่เราพูดย้อนกลับมาตัดสินเรา น้องจุ๊กเป็น psychotherapist ที่แสนดีและฟรีของผมคนนึงล่ะ
ผมเองไม่เคยเจอน้องจุ๊กตัวเป็นๆสักทีครับ แม้รู้จักกันมาหลายปีแล้ว มีอันที่(น้องจุ๊ก)ต้องแคล้วคลาด(ภยันอันตราย)จากการเจอหน้ากันทุกทีไปสิน่า เมื่อเร็วๆนี้น้องเค้าเพิ่งกลับมาเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทย แต่ไม่ได้ติดต่อผมมาเพราะคิดว่าผมยังอยู่ที่แอลเอ อย่างนี้เป็นต้นครับ แต่เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน น้องจุ๊กนึกครึ้มอกครึ้มใจไปเช็กเว็ปไซท์ของผมเข้าเลยติดต่อเข้ามาคุยกันอีก ผมดีใจมากๆครับ
เอ้า แล้วน้องจุ๊กเกี่ยวข้องอย่างไรกับทีวีซีรี่ส์เหรอครับ? เกี่ยวสิครับ เกี่ยวอย่างมากมายมโหฬารมหาศาลทีเดียวครับ เพราะน้องจุ๊กเป็นคนแนะนำซีรี่ส์ที่น่าสนใจให้ผมดูครับ ผมเองแม้ตอนที่อยู่อเมริกาแล้วเป็นคนไม่ได้ติดตามซีรี่ส์หรือทีวีอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่จะไปเช่าดีวีดีดูหลังจากจบซีซั่นแล้วครับ แต่น้องจุ๊กนี่ตามดูเรื่อยๆครับ บอกได้หมดอันไหนดีไม่ดีอย่างไร แถมรสนิยมในการเสพความบันเทิงของเราพี่น้องนั้นใกล้เคียงกันทำให้ซีรี่ส์ที่น้องจุ๊กชอบนั้นผมมักจะชอบด้วยล่ะครับ โอเคครับ ท้าวความมาเยอะละ มาดูกันเลยว่าซีรี่ส์ที่น้องเค้าแนะนำมาช่วงนี้มีอะไรบ้างที่ผมตามดูอยู่ครับ
Spoiler Warning
มีเล่าเรื่องย่อบ้างนิดหน่อยนะครับ
ถ้าไม่อยากเสียอรรถรสในการชมก็ดูเฉพาะชื่อเรื่องแล้วไปหาดูกันเอาเองละกัน
Pushing Daisies

แนวรักและตลก Romantic Comedy
คุณจะชอบถ้าคุณชอบ Amelie, Mumford, Stranger Than
Fiction
เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มผู้มีพรสวรรค์หรือจะเรียกว่าความสามารถพิเศษน่าจะถูกกว่า
คือถ้าสัมผัสคนตายครั้งแรก คนตายนั้นจะฟื้น
แตะครั้งที่สองคนตายนั้นจะตายไปตลอดกาล
เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อพระเอกของเราพบว่าสุดที่รักสุดหัวใจในวัยเด็ก
(The love of his life) นั่นเสียชีวิต
จึงรีบไปช่วยเธอด้วยการสัมผัส
และแน่นอนทั้งคู่ต่างจำกันได้และตกหลุมรักกันอีกครั้งในทันที
ปัญหาคือเค้าไม่สามารถสัมผัสเธอเป็นครั้งที่สองได้
มิฉะนั้นยอดดวงใจของเค้าจะจากไปตลอดกาล
เรื่องวุ่นๆต่างๆก็ตามมาครับ
เรื่องนี้ตัวละครนำทั้งฝ่ายชายหญิงน่ารักมากๆ
มีสเน่ห์และเข้ากันได้ดี (อืมม
ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่ามี chemistry น่ะครับ
ภาษาไทยจะแปลไงดีล่ะ ได้แค่นี้ล่ะนะ "เข้ากันได้ดี")
ผมชอบเพราะว่าเป็นแนว optimistic นะครับ
ดูแล้วอารมณ์ดีเหมือนดูเรื่อง Amelie
โทนการดำเนินเรื่องก็คล้ายๆกันครับ
แนะนำอย่างรุนแรงครับผม
Tell Me You Love Me
แนวชีวิตและความสัมพันธ์ Drama
คุณจะชอบถ้าคุณชอบ Closer, Clean, พลอย
เรื่องนี้เป็นความสัมพันธ์ของคนสามคู่ที่มีปัญหาต่างกันไป
และอยู่คนละช่วงของความสัมพันธ์
คือคู่นึงเป็นช่วงก่อนแต่งงานแต่อยู่ด้วยกัน
อีกคู่นึงแต่งงานแล้วพยายามมีลูก และ
คู่นึงมีลูกสองแต่มีปัญหาเรื่องบนเตียงคือไม่ได้นอนด้วยกันมาปีนึงแล้ว
ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าเรื่องนี้เป็นซีรี่ส์ของผู้ใหญ่
ทั้งในเนื้อหาของความสัมพันธ์
คนที่ไม่เคยมีใช้ชีวิตคู่มาก่อนดูแล้วจะไม่ค่อยเข้าใจ
ไม่เก็ทว่างั้นเถอะ
และเรื่องนี้ยังมีฉากวาบหวามเยอะแยะครับ
แต่ดูแล้วไม่ได้ส่อให้เกิดอารมณ์
แต่เป็นการสื่อถึงธรรมชาติของชีวิตคู่
ตรงนี้ทำให้ซีรี่ส์นี้เป็นที่วิพากย์วิจารณ์และถกเถียงกันมาก
แม้แต่ในมุมมองของฝรั่งเอง
สำหรับผม ผมดูด้วยความพึงใจครับ
เพราะว่าปัญหาและการกระทบกระทั่งของชีวิตคู่ในเรื่องนี้สมจริงดีมาก
เป็นสิ่งที่ผมประสบทั้งกับตัวเอง
และฟังจากเพื่อนฝูงที่แต่งงานแล้ว
แสดงถึงความทุกข์(และสุขบ้าง)ของชีวิตคู่ได้ดีมาก
ผมเองเป็นคนชอบเรื่องราวของความสัมพันธ์ของคนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ทำให้ซีรี่ส์นี้ดูแล้วโดนใจครับ
แนะนำสำหรับคุณที่เป็นผู้ใหญ่นะครับ
The Big Bang Theory

แนวตลกปัญญาชนที่ไร้ความสามารถทางสังคม Nerdy Comedy
เรื่องนี้เป็นตลกซิทคอมนะครับในแนวของ Dharmar and
Greg, Will and Grace พวกนั้น
ซีรี่ส์นี้มาแหวกแนวตรงที่จับจุดของพวกเนิร์ดที่แสนฉลาดทางวิชาการแต่ด้อยความสามารถทางสังคมมาเป็นจุดเดินเรื่อง
ภาพรวมคือมืนักฟิสิกส์สุดยอดอัจฉริยะสองคนมาอยู่ห้องใกล้กับสาวสวย
เรื่องวุ่นๆจึงเกิดขึ้นครับ
ผมชอบเรื่องนี้ตรงที่เอามุขของพวกเนิร์ดมาพูดได้สนุกสนานมาก
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพูดภาษาแปลกๆ บุคลิกแปลกๆ
เล่นเกมส์ออนไลน์
หรือแม้แต่การเอาเหตุผลมาตัดสินสิ่งที่ควรตัดสินด้วยอารมณ์
ตัวผมเองอยู่ในวงการคอมพิวเตอร์กราฟฟิกมา
จะเรียกว่าเป็นเนิร์ดคนนึงคงจะได้
และเห็นพวกที่เป็นเนิร์ดระดับนี้มาบ้าง
เลยดูได้สนุกสนานสะใจดีมากครับผม
แนะนำสำหรับอัจฉริยะทั้งหลายนะครับ
เอาเป็นกระจกส่องย้อนดูตัวเองแล้วจะได้ขำตัวเองได้บ้าง
เอาล่ะครับ
คิดว่าเท่านี้คงพอทำให้เสียเวลาไปดูได้หลายชั่วโมงอยู่
ต้องขอขอบคุณน้องจุ๊กล่ะครับ
ความดีทั้งหมดยกให้น้องสาวคนนี้เลย