นิราศ Siggraph 2006 Day Six (Final)

DSC00339

แล้ววันสุดท้ายของงาน Siggraph ก็มาถึง (พร้อมด้วยเสียงถอนหายใจโล่งอกเฮือกใหญ่ของผม) วันนี้ตื่นแต่เช้ามาออกกำลังกาย แล้วออกเดินทางไปงานครับ ผมอยู่ที่บูธเกือบตลอดทั้งวัน เจอผู้คนหลากหลายครับ ทั้งเพื่อนร่วมงานเก่าที่แสบๆอย่าง เอริค เจนนิ่งส์ หมอนี่เป็นคนประเภทพูดเก่งแต่ทำไม่เป็น อาศัยพูดไปเรื่อยๆว่าตัวเองดีอย่างโน้นอย่างนี้จนได้ดี แถมมีนิสัยนักเลงหาเรื่องคนอีกต่างหาก ทำงานกับใครเป็นต้องทะเลาะกับเค้าไปหมด ผมร่วมงานกับเอริคในงานแรกที่ผมมาทำที่อเมริกานี่ล่ะครับ เค้าเป็น Lead Animator ผมเป็นลูกน้องเค้า ทีแรกเข้ามาก็ชื่นชมว่าเค้าเก่งนะ ทำไปทำมา เอ๊ะ อะไรๆก็โยนมาให้ผมทำหมดเลย พอบอกทำไม่ทันนะ ช่วยหน่อยสิ ก็มามุขโมโหว่ามาใช้กันได้ไง อั๊วเป็นเจ้านายนะ อะไรอย่างนั้นไป ท้ายที่สุดพอโปรดิวเซอร์บังคับให้เค้าช่วยงานผมเพราะว่างานไม่ทันจริงๆ ทำออกมาไม่เป็นสับปะรด ผมเลยถึงบางอ้อ ว่ามันดีแต่พูดนี่เอง

เอาล่ะครับ ด่าเค้าเสร็จแล้วก็ต้องบอกว่ามาเจอกันอีกทีคราวนี้ผมก็รู้สึกดีนะครับ ถึงเป็นความทรงจำที่ไม่ดีนัก แต่ว่าคนเคยเห็นหน้ากันร่วมงานกันมา พอได้เจอกันอีกทีหลังจากหกปีก็ยังถามไถ่ทุกข์สุขกันดีครับ นอกจากนี้วันนี้มีลูกค้าหลายๆคนที่ผมเคยซัพพอร์ทดูแลเข้ามาทักทายว่า “อ้อ คุณนี่เหรออาทยา ในที่สุดก็ได้เจอหน้า ยินดีมากครับ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยแก้ปัญหาของเราเมื่อคราวก่อน” ฟังแล้วหายเหนื่อยครับ ชื่นใจ

บูธปิดตอนบ่ายสามโมงครึ่ง ผมก็เที่ยวถ่ายรูปกับเพื่อนๆคนโน้นคนนี้ไปเรื่อย ช่วย(ดู)เค้าเก็บบูธอยู่พักนึงครับก่อนจะขอตัวไปกับอาจารย์โจ้ไปช้อปปิ้งกัน

ขึ้นรถสายห้ามาถึงโรงแรมเชอราตั้นขึ้นไปสมทบกับพี่ภาที่ห้อง พี่ภากำลังแอบอ่านแฮรี่ พอตเต้อร์ตอน Half Blood Prince (มั้ง ถ้าผมจำไม่ผิด ถ้าผิดแฟนๆแฮรี่ก็อย่าฆ่าผมละกัน) ที่ว่าแอบอ่านเพราะว่าพี่ภาจะแอบอ่านตอนจบก่อน แล้วก็แอบหาว่าตกลงแฮรี่นี่รักกับใคร ยังไม่ได้อ่านมาแต่หน้าแรก (แหะๆ นินทาหน่อยนะพี่นะ)

เราออกไปเดินกันที่ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ครับ เข้าร้านไหนก็ได้ของกันหมดทั้งสามคน เรียกว่าไม่มีใครห้ามใคร มีแต่ยุยงส่งเสริม(ให้เสียเงิน)กันทั้งนั้น ไป Aldo อาจารย์โจ้ได้รองเท้ามาสองคู่ พี่ภาคู่นึง ผมได้กระเป๋าสะพายสีขาวหม่นมาหนึ่งใบ (ก็นะ มันถูกนะ 30 เหรียญเอง ตัดเย็บดี ถูกกว่าของ Ragazze ที่เมืองไทยอีก) หลังจากนั้นไปเดิน Sak Fifth กันต่อ ถึงได้รู้ว่าอาจารย์โจ้นี่ยุเก่งจริงๆครับ ผมจับอะไรเป็นต้องบอกว่าเข้ากับคุณแคนดีนะครับ ใสแล้วหล่อนะครับ อะไรทำนองนี้ตลอดครับ แถมแนะนำผมว่า ซื้อของแพงๆให้คิดเสียว่าเงินหายนะครับ สบายใจดีครับ อืม เดินด้วยกันบ่อยๆผมต้องหมดเนื้อหมดตัวแน่ครับผม แต่สนุกนะครับ ไม่ค่อยได้เดินช้อปปิ้งกับผู้ชายด้วยกันแล้วสนุกอย่างนี้มานานมากแล้ว นอกจากนี้อาจารย์โจ้ยังเป็นคนมีรสนิยมดีอีกด้วยครับ แถมกล้าแต่งตัวสีจัดๆ (ซึ่งถ้าผมใส่ผมรู้ตัวดีว่าต้องออกมาเป็นบ้านนอกเข้ากรุงแน่ แต่อาจารย์โจ้ใส่ขึ้นแฮะ)

เดินมาอีกซักพักมาก็มาเจอร้าน Coach ครับ ติดแหง็กอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ บอกให้พี่ภากับอาจารย์โจ้เดินกันไปก่อน เพราะว่าผมต้องซื้อกระเป๋าไปฝากพี่สาวน้องสาวที่เมืองไทยครับ หลายใบเหมือนกัน เรียกว่าพอผมบอกว่าจะไปอเมริกา คำแรกที่หลุดมาจากปากสาวๆคือ “กระเป๋าโค้ช”

มาเจอร้านที่บอสตั้นก็โชคดีไปอย่างที่ว่าภาษีที่นี่ถูกกว่าที่ลอสแองเจลิสสามเปอร์เซ็นต์กว่า ซื้อไปซะหลายใบครับ เล่นเอาคนขายแซวว่าขอเป็นน้องสาวได้มั้ย

เสร็จจากช้อปปิ้งกำลังเดินกลับจะไปหาอะไรทานกันกับพี่ภาและอาจารย์โจ้ โทรศัพท์ผมดัง เพื่อนๆที่แมสซีฟชวนไปทานข้าวด้วยกันครับ ฉลองปิดบูธและพรุ่งนี้จะแยกย้ายกันไปแล้วเลยเป็นการเลี้ยงสังสรรค์ลากันด้วยในตัว

ผมขอตัวแยกจากพี่ภาและอาจารย์โจ้มา ไปร่วมทานข้าวกับเพื่อนๆที่แมสซีฟที่ร้าน Western’s ครับ เป็นบาร์และร้านอาหารในตัว หิวมากครับไม่ได้ทานอะไรมาทั้งวัน สั่งเนื้อยี่สิบออนซ์มากิน อร่อยดี เสร็จจากนั้นผมขอแยกตัวจากทุกคนมาก่อนตอนประมาณห้าทุ่ม พวกเค้าจะไปดื่มที่บาร์กันต่อ ผมไม่ดื่มและจะกลับมาเก็บของด้วย

เป็นอันว่า Blog Siggraph ของผมคงจบลงที่ตรงนี้ล่ะนะครับ ผมไปเที่ยว Los Angeles ต่อจากนี้ กลับไปเมืองไทยอีกทีก็ 18 สิงหาล่ะครับ แล้วเจอกันครับ

|