นิราศ Siggraph 2006 Day Four

DSC00292

วันนี้เหนื่อยมากครับ ประกอบกันหลายอย่าง คือหนึ่งนอนไม่หลับเมื่อคืนก่อนเนื่องจากเวลาเปลี่ยน นอนไปแค่สามชั่วโมงก็ตื่นตาสว่างซะแล้ว สาเหตุที่สองคือวันนี้วิ่งวุ่นทั้งวันที่ Siggraph และ สามไปต่อด้วย Channel Partners Meeting และ User Group Meeting จนถึงเที่ยงคืน

วันนี้เป็นวันแรกที่มีการเปิดพื้นที่การแสดง ( Exhibition ) ซึ่งอย่างที่เห็นจากในอัลบั้มและที่ผมเคยบอกไปแล้วว่าทางบริษัท Massive Software ของผมก็มาออกร้านกับเค้าด้วย บูธของเราค่อนข้างใหญ่และสวยเมื่อเทียบกับขนาดของบริษัท ทั้งนี้เพราะว่าเราได้รับการสนับสนุนจากทางรัฐบาลนิวซีแลนด์ครับ (แต่ไปเทียบชั้นกับบูธระดับ Autodesk ไม่ได้หรอกนะครับ อันนั้นเค้าหญ่ายจริงๆโดยไม่ต้องมีใครสนับสนุน)

ผมไปถึงบูธประมาณแปดโมงครึ่ง จะรีบไปเอาโน้ตบุ๊คของ Gregory ไปทำงานต่อ ไม่ใช่อะไรอื่นสไลด์ presentation ของ User Group Meeting น่ะครับ ยังไม่เสร็จเรียบร้อยเลย ระหว่างรอเครื่องจากเกร็กผมก็เดินแจกโบรชัวร์แผ่นพับของ Massive ไป ตอบคำถามของผู้คนที่สนใจไปด้วย

ทางเราได้จัดให้มีการสาธิตวิธีการใช้แมสซีฟทุกชั่วโมงซึ่งคนดำเนินการสาธิตประกอบไปด้วย Lyle, Will และ Gregory ครับ สลับกันไปคนละชั่วโมง การสาธิตนี่แสดงถึงวิธีการใช้แมสซีฟให้ดูว่าง่ายเพียงไร และความสามารถที่ลึกซึ้งต่างๆ เช่นการทำให้ Agent มีความหลากหลาย (Variation) ได้ง่ายดาย หรือการใช้ SmartStunts เพื่อให้ Agent สามารถเคลื่อนไหวตามข้อมูลของ Motion/Animation แต่ว่าสามารถปรับเปลี่ยนท่าทางไปได้ตาม Rigid Body Dynamics เช่นถ้ามีของมากระทบก็ทำให้เดินเป๋ไปเป็นต้น ข้อมูล Animation จะมีแต่ walk cycle ส่วนการเดินเป๋ไปนั้นเกิดจาก Rigid Body Dynamics ครับ

ได้เครื่องโน้ตบุ๊คตอนสิบเอ็ดโมงแล้วรีบไปทำงานที่ห้อง suite ที่ Westin ซึ่งอยู่ติดกันกับ Boston Convention Center ครับ ทำยังไม่เสร็จดี (มันจะเสร็จมั้ยเนี่ย) เค้าก็ต้องการเครื่องไปใช้ทดสอบอย่างอื่น ผมเลยต้องฉากออกมาก่อน กลับเข้าไปช่วยที่บูธต่ออีก

กลัับมาได้เวลาดีพอดีที่ Jordi Bares หนึ่งในท็อป Massive Artist ของโลกมาบรรยายให้ทางเราที่บูธ จอดี้ทำงานให้บริษัท The Mill ที่อังกฤษซึ่งทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วถึงฝีมือบริษัทนี้ว่ายอดเยี่ยมเพียงไร ทำงานหนังอย่าง Black Hawk Down แล้วตัดสินใจตัดงานหนังทิ้งรับแต่งานโฆษณาอย่างเดียว เป็นบริษัทที่แปลกแต่ยอดเยี่ยมครับ จอดี้เองก็ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เริ่มจับแมสซีฟหกอาทิตย์แรกก็ทำงานโฆษณา Playstation Mountain ออกมา หลังจากนั้นก็ทำงานแมสซีฟมาเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่าเป็นมือหนึ่งในวงการทางด้านแมสซีฟทีเดียว นอกจากความเก่งแล้ว จอดี้ยังเป็นคนนิสัยน่ารัก ไม่หลงตัวเอง อ่อนน้อมถ่อมตน พร้อมจะช่วยเหลือคนที่ใช้แมสซีฟคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นที่บริษัทไหน ที่ดีที่สุดคือเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแมสซีฟและคอยช่วยเหลือเราอยู่เสมอๆ อย่างเช่นการสาธิตพิเศษวันนี้เป็นต้น

วันนี้จอดี้มาสาธิตเบื้องหลังการทำโฆษณา Lynx Billion ครับ ถ้าคนที่ไปฟังผมบรรยายให้ Siggraph คงจะได้ดูไปแล้วครับ ใช่ครับ โฆษณาสาวน้อยเป็นล้านๆคนที่ไส่บิกินี่วิ่งกันนั่นแหละครับ ใครสนใจอยากดูไปหาดูได้ที่ Google Video ไปค้นหาคำว่า Lynx Billion รับรองไม่ผิดหวัง ได้ขำกลิ้งแน่นอน

ประมาณบ่ายสามผมต้องย้ายวิกไปที่ Exchange Center ซึ่งทางแมสซีฟจะจัดการประชุมสองอย่าง คือรอบแรกระหว่าง 5 โมงเย็นถึงหนึ่งทุ่มเป็นการประชุมกับตัวแทนจำหน่ายแมสซีฟในประเทศต่างๆที่เราเรียกว่า Channel Partners หลังจากนั้นเป็นการประชุม User Group Meeting ซึ่งเราเชิญลูกค้ามาพบปะคุยกันร่วมทานข้าวเย็นและแนะนำความสามารถใหม่ๆของแมสซีฟที่เป็นความลับและกำลังพัฒนาให้ฟัง

มาถึงผมก็ได้ครองโน้ตบุ๊กของเกร็กอีกรอบและทำงานสไลด์เสร็จตอนเกือบห้าโมงเย็นพอดี (จนได้สิน่า มันต้องชนเดดไลน์จนได้ ผีโปรดักชั่นเข้าสิง) คิดแล้วผมน่าจะลงทุนขนเครื่องโน้ตบุ๊ค VAIO อีกเครื่องของผมมาเองน่าจะดีกว่า คงจะเสร็จไปนานแล้วครับ นี่ต้องทำกระปริบกระปรอยเล่นเอาใจหายใจคว่ำ

การประชุมทั้งสองผ่านไปได้ด้วยดี ผมได้เป็นคนบรรยายถึงความสามารถใหม่ๆของแมสซีฟให้ User Group ได้ฟังกัน ทุกคนตื่นเต้นกับความสามารถเหล่านี้มากครับ ลูกค้าที่มาร่วมประชุมก็มี Pixar, The Mill, Rainmaker, Weta Digital และอีกสองสามบริษัทที่ผมไม่มีโอกาสได้ทักทาย

นอกเหนือจากการบรรยายของผม Mark Theilen จาก DNA มาบรรยายเรื่องงานของเค้าที่ใช้แมสซีฟในหนังอนิเมชั่นล่าสุด Ant Bully ให้ทุกคนฟังกัน สนุกดีครับ

กว่าจะเลิกราปาร์ตี้ก็ปาเข้าไปห้าทุ่มกว่า ผมลากสังขารไปขึ้นรถกลับโรงแรม แล้วอาบน้ำนอนหลับเป็นตายเลยครับ

|