นิราศ Siggraph 2006 Day Four

วันนี้เหนื่อยมากครับ ประกอบกันหลายอย่าง
คือหนึ่งนอนไม่หลับเมื่อคืนก่อนเนื่องจากเวลาเปลี่ยน
นอนไปแค่สามชั่วโมงก็ตื่นตาสว่างซะแล้ว
สาเหตุที่สองคือวันนี้วิ่งวุ่นทั้งวันที่ Siggraph และ
สามไปต่อด้วย Channel Partners Meeting และ User Group
Meeting จนถึงเที่ยงคืน
วันนี้เป็นวันแรกที่มีการเปิดพื้นที่การแสดง (
Exhibition )
ซึ่งอย่างที่เห็นจากในอัลบั้มและที่ผมเคยบอกไปแล้วว่าทางบริษัท
Massive Software ของผมก็มาออกร้านกับเค้าด้วย
บูธของเราค่อนข้างใหญ่และสวยเมื่อเทียบกับขนาดของบริษัท
ทั้งนี้เพราะว่าเราได้รับการสนับสนุนจากทางรัฐบาลนิวซีแลนด์ครับ
(แต่ไปเทียบชั้นกับบูธระดับ Autodesk ไม่ได้หรอกนะครับ
อันนั้นเค้าหญ่ายจริงๆโดยไม่ต้องมีใครสนับสนุน)
ผมไปถึงบูธประมาณแปดโมงครึ่ง จะรีบไปเอาโน้ตบุ๊คของ
Gregory ไปทำงานต่อ ไม่ใช่อะไรอื่นสไลด์ presentation
ของ User Group Meeting น่ะครับ
ยังไม่เสร็จเรียบร้อยเลย
ระหว่างรอเครื่องจากเกร็กผมก็เดินแจกโบรชัวร์แผ่นพับของ
Massive ไป ตอบคำถามของผู้คนที่สนใจไปด้วย
ทางเราได้จัดให้มีการสาธิตวิธีการใช้แมสซีฟทุกชั่วโมงซึ่งคนดำเนินการสาธิตประกอบไปด้วย
Lyle, Will และ Gregory ครับ สลับกันไปคนละชั่วโมง
การสาธิตนี่แสดงถึงวิธีการใช้แมสซีฟให้ดูว่าง่ายเพียงไร
และความสามารถที่ลึกซึ้งต่างๆ เช่นการทำให้ Agent
มีความหลากหลาย (Variation) ได้ง่ายดาย หรือการใช้
SmartStunts เพื่อให้ Agent
สามารถเคลื่อนไหวตามข้อมูลของ Motion/Animation
แต่ว่าสามารถปรับเปลี่ยนท่าทางไปได้ตาม Rigid Body
Dynamics เช่นถ้ามีของมากระทบก็ทำให้เดินเป๋ไปเป็นต้น
ข้อมูล Animation จะมีแต่ walk cycle
ส่วนการเดินเป๋ไปนั้นเกิดจาก Rigid Body Dynamics ครับ
ได้เครื่องโน้ตบุ๊คตอนสิบเอ็ดโมงแล้วรีบไปทำงานที่ห้อง
suite ที่ Westin ซึ่งอยู่ติดกันกับ Boston Convention
Center ครับ ทำยังไม่เสร็จดี (มันจะเสร็จมั้ยเนี่ย)
เค้าก็ต้องการเครื่องไปใช้ทดสอบอย่างอื่น
ผมเลยต้องฉากออกมาก่อน กลับเข้าไปช่วยที่บูธต่ออีก
กลัับมาได้เวลาดีพอดีที่ Jordi Bares หนึ่งในท็อป
Massive Artist ของโลกมาบรรยายให้ทางเราที่บูธ
จอดี้ทำงานให้บริษัท The Mill
ที่อังกฤษซึ่งทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วถึงฝีมือบริษัทนี้ว่ายอดเยี่ยมเพียงไร
ทำงานหนังอย่าง Black Hawk Down
แล้วตัดสินใจตัดงานหนังทิ้งรับแต่งานโฆษณาอย่างเดียว
เป็นบริษัทที่แปลกแต่ยอดเยี่ยมครับ
จอดี้เองก็ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
เริ่มจับแมสซีฟหกอาทิตย์แรกก็ทำงานโฆษณา Playstation
Mountain ออกมา หลังจากนั้นก็ทำงานแมสซีฟมาเรื่อยๆ
จนเรียกได้ว่าเป็นมือหนึ่งในวงการทางด้านแมสซีฟทีเดียว
นอกจากความเก่งแล้ว จอดี้ยังเป็นคนนิสัยน่ารัก
ไม่หลงตัวเอง อ่อนน้อมถ่อมตน
พร้อมจะช่วยเหลือคนที่ใช้แมสซีฟคนอื่นๆ
ไม่ว่าจะเป็นที่บริษัทไหน
ที่ดีที่สุดคือเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแมสซีฟและคอยช่วยเหลือเราอยู่เสมอๆ
อย่างเช่นการสาธิตพิเศษวันนี้เป็นต้น
วันนี้จอดี้มาสาธิตเบื้องหลังการทำโฆษณา Lynx Billion
ครับ ถ้าคนที่ไปฟังผมบรรยายให้ Siggraph
คงจะได้ดูไปแล้วครับ ใช่ครับ
โฆษณาสาวน้อยเป็นล้านๆคนที่ไส่บิกินี่วิ่งกันนั่นแหละครับ
ใครสนใจอยากดูไปหาดูได้ที่ Google Video ไปค้นหาคำว่า
Lynx Billion รับรองไม่ผิดหวัง ได้ขำกลิ้งแน่นอน
ประมาณบ่ายสามผมต้องย้ายวิกไปที่ Exchange Center
ซึ่งทางแมสซีฟจะจัดการประชุมสองอย่าง คือรอบแรกระหว่าง
5
โมงเย็นถึงหนึ่งทุ่มเป็นการประชุมกับตัวแทนจำหน่ายแมสซีฟในประเทศต่างๆที่เราเรียกว่า
Channel Partners หลังจากนั้นเป็นการประชุม User Group
Meeting
ซึ่งเราเชิญลูกค้ามาพบปะคุยกันร่วมทานข้าวเย็นและแนะนำความสามารถใหม่ๆของแมสซีฟที่เป็นความลับและกำลังพัฒนาให้ฟัง
มาถึงผมก็ได้ครองโน้ตบุ๊กของเกร็กอีกรอบและทำงานสไลด์เสร็จตอนเกือบห้าโมงเย็นพอดี
(จนได้สิน่า มันต้องชนเดดไลน์จนได้
ผีโปรดักชั่นเข้าสิง)
คิดแล้วผมน่าจะลงทุนขนเครื่องโน้ตบุ๊ค VAIO
อีกเครื่องของผมมาเองน่าจะดีกว่า
คงจะเสร็จไปนานแล้วครับ
นี่ต้องทำกระปริบกระปรอยเล่นเอาใจหายใจคว่ำ
การประชุมทั้งสองผ่านไปได้ด้วยดี
ผมได้เป็นคนบรรยายถึงความสามารถใหม่ๆของแมสซีฟให้ User
Group ได้ฟังกัน
ทุกคนตื่นเต้นกับความสามารถเหล่านี้มากครับ
ลูกค้าที่มาร่วมประชุมก็มี Pixar, The Mill, Rainmaker,
Weta Digital
และอีกสองสามบริษัทที่ผมไม่มีโอกาสได้ทักทาย
นอกเหนือจากการบรรยายของผม Mark Theilen จาก DNA
มาบรรยายเรื่องงานของเค้าที่ใช้แมสซีฟในหนังอนิเมชั่นล่าสุด
Ant Bully ให้ทุกคนฟังกัน สนุกดีครับ
กว่าจะเลิกราปาร์ตี้ก็ปาเข้าไปห้าทุ่มกว่า
ผมลากสังขารไปขึ้นรถกลับโรงแรม
แล้วอาบน้ำนอนหลับเป็นตายเลยครับ