Opera and Jazz with Eva
เอวาเพื่อนรักโทรมาชวนผมไปดูโอเปร่าเรื่อง
ลาทราวิอาต้า ตั้งแต่เมื่อสองสามวันก่อนครับ
เราเห็นโปสเตอร์ตั้งแต่ครั้งที่ไปดู ลีรอย โจนส์ด้วยกัน
วันนี้เป็นวันแสดง
ผมแต่งตัวซะเต็มยศใส่เชิ้ตคัฟลิ้งและสูทดำแถมกระเตงช่อดอกไม้ไปฝากสาวเจ้าด้วย
เอวามาถึงพร้อมด้วยเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ตามแบบฉบับของเธอ
บ่นนิดๆว่าอาทยาเธอทำให้ชั้นดูปอนๆไปเลยนะ ผมขำๆครับ
เพราะคิดว่าอย่างไรสาวมั่นคนนี้คงไม่แต่งอะไรที่มันผิดจากความเป็นตัวเองไปแน่อยู่แล้ว
เราไปทานข้าวกันที่แทมมารินด์คาเฟ่ซอยสุขุมวิท 22
อาหารมังสวิรัติฟิวชั่น
กลับมาที่โอเปร่า
วันนี้ไม่หรูหรายิ่งใหญ่เท่ากับที่ผมและเอวาไปดูมาดามบัตเตอร์ฟลายเมื่อสองสามเดือนก่อน
ในมาดามนั้นมีวงออเครสตร้ามาให้ดนตรี
แต่นี่มีเพียงเดี่ยวเปียโนในการบรรเลงเพลง
ไม่มีจอคำบรรยายอะไร
แต่เราสองคนต่างเออออกันว่ารู้สึกสนุกกว่า
ส่วนหนึ่งเพราะเนื้อร้องของโอเปร่าเรื่องนี้ดูเป็นเพลงมากกว่าและในความเห็นอันต่ำต้อยของกระผมไพเราะกว่าครับ
มาดามนั้นออกไปแนวร้องบทสนทนา
แต่ถึงจะชอบอย่างไรเอวาดูไปก็ง่วงไป
เพราะว่าเธอทำงานหนักช่วงนี้แทบจะไม่ค่อยได้นอน
นี่ยังอุตส่าห์ออกมาดูโอเปร่ากับผม
จบจากโอเปร่าห้าทุ่มกว่า
เราลงมานั่งฟังแจ๊ซต่อจนเที่ยงคืน
คืนนี้เป็นการแสดงของนักร้องมีชื่อ คาร์เมน แบรดฟอร์ด
เสียงเธอทรงพลังดีจริงๆครับ ชอบเพลง At Last
เวอร์ชั่นที่เธอร้องเหลือเกิน
ส่งเอวาขึ้นแท็กซี่แล้วผมจับบีทีเอสเที่ยวสุดท้ายกลับบ้าน
เป็นอีกคืนที่มีความสุขดีจัง
ผมเองไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทๆมากๆนะครับ
โชคดีที่มาเจอเอวาเข้า
แต่อีกสักพักชีวิตของเธอคงต้องก้าวเดินต่อไป
ไปทำงานต่อที่ประเทศอื่นเพราะ
เธอหมดสัญญาว่าจ้างกับที่สหประชาชาติปลายปีนี้
ผมคงคิดถึงเธอเหมือนกันครับ