Nak, Korea & Paul Newman
อย่างแรกคืออนิเมชั่นเรื่อง นาค
ของพี่บอย โกสิยพงษ์ และทีม BeBoydCG
เรื่องนี้พี่บอยได้ชวนให้ผมไปเป็นที่ปรึกษาด้านระบบเมื่อปีกว่าที่แล้วครับ
ผมได้เข้าไปช่วยดูทีมงานและระบบงานอยู่พักนึง
แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ช่วยเหลือเต็มที่
ตอนนี้หนังออกฉาย
ผมไม่คิดว่าทางทีมงานจะอุตส่าห์เอาชื่อผมลงในเครดิตให้
มาทราบทีหลังก็ดีใจระคนรู้สึกผิดนิดๆ
ที่ไม่ได้ช่วยงานให้เต็มที่ครับ
แต่ปัจจัยหลายอย่างทำให้สิ่งที่ผมแนะนำไปทางทีมงานไม่สามารถลงมือทำได้จริงจังเต็มที่
ทำให้ขยับขยายจากที่เป็นอยู่ลำบาก
แต่ในที่สุดทีมงานก็สามารถผลิตงานสวยๆ ดีๆ
ออกมาให้ทุกคนชมได้ครับ ขอแสดงความนับถือจากใจจริง
และดีใจที่ได้เป็นส่วนร่วม(เล็กๆ)ในโปรเจ็กนี้ครับ
สองคือตอนนี้ผมเขียนบลอกอยู่ในห้องที่โรงแรมในเกาหลี
เป็นการมาเกาหลีรอบสองครับ
ครั้งนี้มาทำการฝึกสอนการใช้โปรแกรม Massive
ให้กับทางบริษัท visual effects ในเกาหลีคือ Mix VFX
ครับ มาอย่างกระทันหันมาก บอกล่วงหน้าวันนึง
ซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วบินมาเลย
มีกำหนดการอยู่ที่นี่สองอาทิตย์ก่อนบินกลับไปต้นเดือนพฤษภาคม
อยู่ที่นี่ก็ดีครับ ไม่มีอะไรทำดี
นอกจากสอนในตอนกลางวันแล้วไม่ได้ไปไหนเลยเพราะโรงแรมที่ทางลูกค้าจัดให้นี่อยู่กลางย่านเชียงกงของกรุงโซล
ล้อมรอบผมมีแต่ร้านขายล้อแม็กกับยางรถยนต์
ยังหาร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ
ไม่เจอเลยหลังจากเดินสำรวจมารอบโรงแรมบล็อกนึงแล้ว
ที่ว่าไม่มีอะไรทำดีนี่คือทำให้มีเวลาอยู่กับตัวเองเยอะ
วันๆ หลังการสอนก็กลับมาออกกำลังกาย ดูทีวีละครเกาหลี
แล้วก็ browse web ไปจนง่วงหลับ
เป็นชีวิตอนามัยมีระบบระเบียบดีครับ
สองอย่างในเกาหลีที่ทำให้ผมอิจฉาคือ หนึ่ง
ทีวีเค้ามีช่อง HD แล้วหลายช่อง ละครซีรี่ส์เค้าก็เป็น
HD แล้ว เห็นหน้าตาดาราชัดดีครับ
เมื่อไหร่เมืองไทยเราจะมีสักทีหนอ อย่างที่สอง
อินเตอร์เน็ตของเค้าเร็วเอามากๆ ผมดาวน์โหลด trailer
หนังมาดูจากเว็ปไซท์ของ Apple เรื่อง Glass
(เกี่ยวกับนักประพันธ์เพลงระดับโลก Philip Glass)
ที่ความละเอียดสูงสุด 1080P ไฟล์ขนาด 213 เม็กกะไบท์
ใช้เวลาดาวน์โหลด 45 วินาทีครับ ขอย้ำว่า "วินาที"
นะครับ เน็ทที่บ้านผมที่เมืองไทยคงเป็น "นาที"ครับ
(High speed ADSL 1024/512 ของ True) อิจฉาจริงๆ ครับ
ท้ายสุด วันนี้ระหว่างที่ sit-up ออกกำลังกายอยู่
แวบไปนึกถึงเรื่องที่คุณพ่อเคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับบทสัมภาษณ์
Paul Newman ดาราสุดหล่อรุ่นเก่า
ในเนื้อหานั้นมีตอนนึงที่เค้าถาม Paul Newman ว่า
"ทำอย่างไรถึงรักษารูปร่างได้ดีขนาดนี้" ตอนช่วงนั้น
Paul อายุประมาณสามสิบต้น Paul บอกว่าเค้า sit-up
วันละหนึ่งร้อยครั้ง
กล้ามเนื้อหน้าท้องถึงได้คงรูปสวยอย่างนั้น
(ไปดูหนังเรื่อง 'The Prize' (1963)
ได้ว่าหุ่นดีแค่ไหน)
เรื่องที่คุณพ่อเล่าจบเพียงแค่นั้นครับ
ท่านเล่าให้ฟังตอนที่ดูหนัง The Prize
ด้วยกันสมัยผมเด็กๆ สัก 16-17 นั่นแหละครับ
แต่วันนี้ผมมาคิดต่อ เพราะว่า Paul Newman
ตอนนี้อายุมากแล้ว หุ่นก็ไม่ได้ดีเหมือนก่อนแล้ว
ผมอยากถามเค้าจังเลยว่า คุณ Paul ครับ
ในตอนช่วงไหนของชีวิตที่คุณตัดสินใจว่า
"วันนี้ชั้นจะไม่ sit-up 100 ครั้งอีกแล้วพอสักที"
แล้วเป็นเพราะสาเหตุทางกายภาพ
หรือเพียงเหนื่อยหน่ายกับการต้องดูแลรูปร่างตัวเองครับ?
ผมอยากถามเค้าจังเลย

อ้ออีกเรื่องที่น่าสนใจสำหรับคอหนัง
สำหรับคนที่เคยดูหนัง The Color of Money (1986)
ที่แสดงโดย Paul Newman กับ Tom Cruise นั้น
ทราบมั้ยครับว่าหนังเรื่องนี้เสมือนเป็นภาคต่อของหนัง
The Hustler ที่ Paul Newman แสดงนำในปี 1961
ครับผม